13 กรกฎาคม 2555



           จากหลักฐานทางธรณีวิทยาพบว่าบริเวณคาบสมุทรสทิงพระเป็นผืนแผ่นดินใหม่เกิดขึ้นในยุคโฮโลซีน(Holocene)เมื่องประมาณ ๕,๐๐๐ ปี มาแล้ว  เกิดจากการทับถมของซากหอย ปะการังและทราย ที่ถูกคลื่นลมพัดพามา ทำให้มีลักษณะเป็นสันทรายยาวตั้งแต่บริเวณเชิงเขาหัวแดง ในเขตอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ขึ้นไปจนถึงอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ( สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้, ๒๕๒๙ : ๓๖๖๐ )
            คาบสมุทสทิงพระหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แผ่นดินบก นั้นหมายถึง แผ่นดินที่มีสภาพคล้ายเกาะ ทิศตะวันออกจดอ่าวไทย ทิศตะวันตกจดทะเลหลวง โดยมีปากช่องจากทะเลสาบออกสู่อ่าวไทยทางทิศใต้ที่ปากน้ำสงขลา    หรือที่เรียกว่าปากอ่าวแหลมสน (เยี่ยมยง  ส.สุรกิรบรรหาร,๒๕๐๖ : ๕๐) จะมีลักษณะเป็นที่ลุ่มที่ดอนสลับกันไป   โดยมีบริเวณตัวสันทรายเป็นที่ดอน  ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งแหล่งชุมชนอาศัยอยู่ได้ ส่วนบริเวณที่ลุ่มระหว่างสันทรายใช้เป็นแหล่งปลูกข้าวและพืชพันธ์ได้ดี (ศรีศักร  วัลลิโภดม,๒๕๒๘ : ๒๙ ) ดังนั้น คาบสมุทรสทิงพระ  จึงเหมาะที่จะตั้งแหล่งชุมชนโบราณ
              คาบสมุทรสทิงพระปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอำเภอระโนด  สทิงพระ  กระแสสินธุ์ และสิงหนคร ของจังหวัดสงขลา  ชุมชนโบราณในคาบสมุทรสทิงพระสามารถติดต่อกับชุมชนอื่นได้  โดยใช้เส้นทางน้ำเป็นเส้นทางสำคัญในการคมนาคมของชุมชน ต่อมาตัดคลองเพื่อลัดระยะทางเชื่อม ระหว่างทะเลสาบและอ่าวไทย  ใช้คลองต่างคูเมือง เพื่อสะดวกในการติดต่อค้าขาย ผู้คนในชุมชนนี้สามารถต่อเรือ และเป็นนักเดินเรือ รู้จักขุดตระพัง (หมายถึง แอ่งน้ำหรือสระน้ำ  ในภาษาถิ่นปักษ์ใต้ เรียกว่า พัง เช่น พังชี พังกก ในภาษากลางเรียกว่า ตระพัง) เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง เมื่อชุมชนเจริญขึ้นกลายเป็นชุมชนเมืองท่า รับสินค้าจากพ่อค้าต่างประเทศ เช่นจีนและอินเดีย  ชุมชนได้ปรับตัวจนกลายเป็นเมืองท่าทางทะเล และเป็นศูนย์กลางการติดต่อระหว่างชุมชนในภูมิภาคนี้ (ธราพงศ์ ศรีสุชาติ, ๒๕๒๕ : ๑๐ )
               จากการค้นพบโบราณวัตถุมากมายในคาบสมุทรสทิงพระ  กองโบราณคดี  กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการสำรวจและขุดค้นทางวิชาการหลายครั้ง การสำรวจและขุดค้นครั้งสำคัญในบริเวณชุมชนโบราณในคาบสมุทรสทิงพระได้กระทำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ - ๒๕๒๓ ของ ธราพงศ์  ศรีสุชาติ และปฏิพัฒน์  พุ่งพงษ์แพทย์ ได้พบชุดโบราณที่สำคัญมากมายตลอดแนวคาบสมุทรสทิงพระ เป็นชุมชนยุคเริ่มแรกประวัติสาสตร์ ที่อยู่ในระยะเวลาประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๙ ซึ่งพอจะแบ่งได้เป็น ๒ ยุค คือ ชุมชนแรกเริ่มประวัติศาสตร์จนถึงร่วมสมัยกรุงสุโขทัย และชุมชนร่วมสมัยกรุงศรีอยุทธยาจนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น